ศูนย์รวมอุปกรณ์การเกษตรและอุปกรณ์ทำสวน & อุปกรณ์ทำความสะอาด
(รับประกันสินค้าทุกชิ้น คืนสินค้าได้ภายใน7วัน)

ก่อนปูพลาสติก ควรเตรียมพื้นดินให้เรียบและแน่นด้วยการใช้คราดหรือเหล็กไถเล็ก ๆ เก็บก้อนหินหรือเศษไม้ เพราะพื้นดินที่ขรุขระจะทำให้พลาสติกเกิดรอยนูน พอลมพัดก็จะยกตัวง่ายขึ้น และอาจฉีกขาดเร็ว
ควรเลือกพลาสติกที่มี น้ำหนักไม่น้อยกว่า 90 แกรม/ตารางเมตร เพราะน้ำหนักมากช่วยให้แนบพื้นได้ดีขึ้น เช่น พลาสติกคลุมวัชพืช SAFARI (90 แกรม/m²) ที่มีความหนาเฉลี่ย 285 ไมครอน เหมาะกับงานกลางแจ้ง และไม่ปลิวง่าย
แนะนำให้ใช้หมุดพลาสติกหรือเหล็กตอกยึดทุกระยะ 1 เมตร (หรือถี่กว่านั้นถ้าลมแรงมาก) และเน้น ยึดบริเวณขอบพลาสติก เป็นพิเศษ โดยเฉพาะมุมทั้ง 4 มุม และจุดที่มีการเดินผ่านหรือรดน้ำบ่อย
เมื่อปูพลาสติก ควรเว้นขอบข้างไว้ประมาณ 10–20 เซนติเมตร สำหรับ พับซ้อนหรือกลบดินทับ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้พลาสติก และลดโอกาสลมพัดเข้าใต้แผ่นจนปลิวหลุด
ถ้าเจาะรูปลูกต้นไม้ ควร เจาะแค่พอดีกับต้นกล้า ไม่ควรเว้นช่องใหญ่เกินไป เพราะจะเป็นช่องทางให้อากาศเข้าและลมยกพลาสติกได้ ควรใช้มีดคัตเตอร์หรือกรรไกรตัดเฉพาะจุดที่จำเป็นเท่านั้น